Shared Hosting คืออะไร? ใช้ดีหรือไม่ใช้ดี? [เทียบข้อดี-ข้อเสีย]

คำว่า Hosting คืออะไร ผมขออธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ มันคือพื้นที่สำหรับเก็บไฟล์ข้อมูลของเว็บไซต์ เพื่อให้เว็บไซต์สามารถใช้งานได้ คนอื่นสามารถเห็นเว็บไซต์ของเราได้ ไม่ว่าเข้าจากที่ไหน ทุกครั้งที่เราพิมพ์ชื่อ Domain หรือ ชื่อเว็บไซต์ เบราเซอร์ก็จะไปดึงข้อมูลจาก Hosting หรือ Server แล้วมาแสดงผลในหน้าเบราเซอร์

แต่ Hosting ก็มีหลายประเภท หลากหลายรูปแบบ เช่น Shared Hosting, VPS, Dedicated Hosting, Cloud, WordPress Hosting ซึ่งแต่ละประเภทก็จะมีราคาต่างกัน มีข้อดี-ข้อเสียต่างกัน

ซึ่งในบทความนี้ ผมจะมาเจาะลึกเฉพาะ Shared Hosting หรือ แชร์ โฮสติ้ง มันดีไหม เหมาะกับเว็บไซต์ประเภทไหนบ้าง เรามาเรียนรู้ด้วยกันครับ

Shared Hosting คือ

Shared Hosting คือ เว็บโฮสติ้งที่มีการแชร์ทรัพยากรของ Server ร่วมกัน เช่น Bandwidth, CPU, Ram, Harddisk, IP Address แบ่งกันใช้หลายเว็บไซต์ ให้นึกภาพง่ายๆ โรงแรม 1 หลัง มีการแบ่งกันใช้หลายคน หรือ รถบัสสาธารณะ 1 คัน มีการแบ่งกันใช้หลายสิบคน เป็นประเภทเว็บโฮสติ้งที่นิยมมากที่สุด เพราะราคาถูกมากนั้นเองครับ

บางครั้งเมื่อมีหลายเว็บไซต์ถูกติดตั้งอยู่บนพื้นที่จำกัด และมีเว็บไซต์ใดเว็บไซต์นึงที่ใช้งานเกินขีดจำกัด ก็จะส่งผลให้เว็บไซต์อื่นๆ ได้รับผลข้างเคียงด้วย เช่น ส่งผลให้เว็บไซต์อื่นๆ โหลดช้าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

การเช่าโฮสติ้งแบบแชร์ ต้องวัดดวงว่า จะเจอเพื่อนบ้าน(เว็บ) ที่ดีหรือแย่ ถ้าเจอที่แย่ เราก็จะได้รับผลกระทบไปด้วย ไม่มากก็น้อย

แต่แชร์โฮสติ้ง มันไม่ได้น่ากลัวขนาดนั้นครับ ผมเองก็ยังใช้โฮสติ้งแบบ Shared Hosting อยู่ ราคาไม่แพงมาก คุณภาพก็ดี จริงๆ แล้ว ผู้ให้บริการโฮสติ้ง เค้าจะมีระบบคอยมอนิเตอร์ตลอด ว่ามีเว็บไซต์ไหนบ้างที่ใช้เกินลิมิต ถ้ามี ก็จะปิดชั่วคราว เพื่อไม่ให้เว็บไซต์อื่นๆ ได้รับผลกระทบ


ประเภทของ Web Hosting

  • Shared Hosting : แชร์กัน ใช้งานร่วมกันหลายเว็บไซต์
  • VPS Hosting : Server 1 เครื่อง จะถูกแบ่งเป็นเซิร์ฟเวอร์ขนาดเล็กๆ  เหมือนได้ Server จริง ไม่ต้องแบ่งกันใช้
  • Dedicated hosting : Server ที่ไม่ต้องแบ่งใช้กับใคร
  • Cloud hosting : การนำ Server หลายเครื่องมาเชื่อมกัน ตัวใดตัวนึงเสีย เว็บจะไม่ล่ม

Shared Hosting มีผลด้านลบต่ออันดับ SEO หรือเปล่า?

ใช้แชร์โฮสติ้งแล้ว หลายคนกังวลว่า มันจะส่งผลในแง่ลบต่ออันดับ SEO บน Google ขอตอบสั้นๆ ก่อนว่า “ไม่กระทบโดยตรง”

ทำไมถึงไม่ได้กระทบ?

อันดับแรกต้องเข้าใจเรื่อง SEO เบื้องต้นก่อนว่า Google จัดอันดับด้วยปัจจัยอะไรบ้าง ซึ่งถ้ามองภาพใหญ่ๆ ก็จะมีดังนี้

  • การรองรับมือถือ
  • ความเร็วในการโหลด
  • การใส่ Content ที่ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และมีประโยชน์
  • Backlinks

ผมขอพูดถึงหัวข้อเรื่อง “ความเร็วในการโหลด หรือ Speed ของเว็บไซต์”

ไม่ว่าเราใช้ Hosting แบบ Shared หรือ แบบ Dedicated Hosting (ใช้คนเดียว) ถ้าเกิดเราใช้งานเกินกำหนด หรือ วิศกรตั้งค่าระบบแคชไม่เก่ง มันก็จะช้าเหมือนๆ กัน

Dedicated Hosting หรือ Cloud Hosting มันก็ไม่ได้เร็วเสมอไป ในขณะเดียวกัน Shared Hosting ก็ไม่ได้ช้าเสมอไป

พอเว็บไซต์โหลดช้า คนเข้าเว็บก็ไม่ชอบ และทาง Google เองก็ไม่ชอบเช่นกัน

และอีกเรื่องนึงคือ เรื่องเว็บไซต์อื่นๆ แชร์ Server ร่วมกันเรา ถ้าเมื่อไหร่ที่เจอเพื่อนบ้านใช้งานเกินกำหนด เราก็จะได้รับผลกระทบไม่มากก็น้อย (แต่ผู้ให้บริการที่ดี ส่วนใหญ่เค้าจะมอนิเตอร์ให้อยู่แล้วครับ น่าจะหมดห่วงได้)

สรุปปิดท้ายว่า Shared Hosting ใช้ได้ครับ ไม่จำเป็นต้องย้ายไป Decicated Server, Cloud Server เพื่อเหตุผลด้าน SEO เพียงแค่หา Shared Hosting ที่มีคุณภาพหน่อย ลองอ่านบทความ เลือก Hosting ที่ไหนดี?

เทคนิควิธีทำให้เว็บโหลดเร็ว ถึงแม้ใช้ Shared Hosting

เรามาดูสาเหตุของเว็บไซต์ที่โหลดช้า ว่ามาจากอะไรบ้าง

  • Image, Files : ไฟล์รูปภาพหนักเกินไป
  • Web Hosting : ใช้ WordPress Hosting ที่ไม่มีคุณภาพ
  • Cache : ทั้งในโฮสติ้ง และหลังบ้านของ WordPress
  • Plugins : ใช้ปลั๊กอินที่ไม่มีคุณภาพ
  • External scripts : ลิงค์ภายในอกเยอะเกินไป

จากสาเหตุข้างต้น สังเกตได้ว่า ปัญหาแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ ปัญหาจากตัวเว็บไซต์ และ Web Hosting

วิธีแก้ไข ก็ต้องไล่แก้ทีละปัญหาครับ ซึ่งจากประสบการณ์ผมมักจะแก้ไขปัญหาดังนี้ครับ

  1. จัดการรูปภาพให้เบา
  2. เลือก WordPress Hosting ที่รู้ใจ WordPress
  3. ติดตั้งปลั๊กอิน Cache
  4. เลือก Theme ที่เบา และได้มาตรฐาน
  5. เชื่อม Cloudflare’s
  6. ติดตั้งปลั๊กอิน เท่าที่จำเป็นต้องใช้
  7. ใช้ PHP Version 7.x
  8. ทำความสะอาด Database
  9. ใช้ External scripts ให้น้อยที่สุด

ผมแนะนำให้ไปอ่านบทความฉบับเต็ม ผมได้สรุปเรียบร้อยแล้ว 9 วิธีทำให้ WordPress โหลดเร็ว

ตารางสรุปข้อดี-ข้อเสีย ของ Shared Hosting ดีหรือไม่ดี

ข้อดีของ Shared Hosting

  • ราคาถูก เริ่มต้นแค่หลักร้อย ถึงหลักพัน
  • ใช้งานง่าย เพราะมี Control Panel ให้ใช้
  • ไม่ต้องมีความรู้เรื่องการดูแล Hosting
  • สามารถทำได้ทุกเรื่อง ไม่แพ้ Dedicated Server
  • เหมาะมากสำหรับมือใหม่ เว็บไซต์ขนาดเล็ก ถึง กลาง

ข้อเสียของ Shared Hosting

  • ถ้าเจอเพื่อนบ้านไม่ดี อาจได้รับผลกระทบด้วย
  • ถ้าเช่าของคุณภาพไม่ดี อาจจะโหลดช้า
  • ไม่เหมาะกับเว็บไซต์ขนาดใหญ่

สรุป

บทความนี้ผมคิดว่า น่าจะช่วยให้เพื่อนๆ เข้าใจได้มากขึ้นว่า Shared Hosting คืออะไร มันดีไม่ดียังไง มันเหมาะกับเว็บไซต์ประเภทไหน และสำหรับใครที่กังวลว่า Shared Hosting จะมีผลกระทบต่ออันดับ SEO ด้วยหรือเปล่า

ใครที่กำลังมองหา Web Hosting ผมแนะนำให้อ่านบทความด้านล่างนี้ตามลำดับ เพื่อให้เข้าใจมากขึ้นว่า เว็บไซต์ของเรา เหมาะกับโฮสติ้งประเภทไหน

Leave a Reply

Your email address will not be published.

17 − 8 =